THE BEATLES

ประวัติโดยย่อ :: The Beatles ประกอบด้วย

เด็กหนุ่ม 4 คน จากเมือง Liverpool คือ

1. John Lennon

2. Paul McCartney

3. George Harrison

4. Ringo Starr

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1956 John กับ Paul ได้รู้จักกัน
และเริ่มแสดงดนตรีร่วมกันและเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1958 George Harrison
ได้เข้ามาร่วมวงอีกคน ขณะนั้นมีมือกลองชื่อ Pete Best และใช้ชื่อวงว่า
Johnny And The Moondogs หลังจากนั้นไม่นาน ก็เปลี่ยนชื่อวงเป็น
The Silver Beatles และเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พวกเขาได้ไปแสดงครั้งแรกที่
Carvern Club ใน Liverpool โดยใช้ชื่อ The Beatles

Brian Epstein เจ้าของร้านแผ่นเสียง NEMS สนใจและได้ไปดู The Beatles
ที่ Carvern Club หลังจากนั้น The Beatles ก็ได้ทำสัญญากับ Brian Epstein
โดย Brian เป็นผู้จัดการวง และเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1962 The Beatles
ได้ไปทดสอบเสียงกับ George Martin โปรดิวเซอร์ของ EMI ต่อมาเมื่อ
วันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1962 Ringo Starr เข้ามาเป็นมือกลองแทน Pete Best
และเมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 1962 George Martin ก็เข้ามาเป็น Producer
ให้กับ The Beatles โดยอัด Single แผ่นแรก Love Me Do และ P.S. I Love You
ได้รับความนิยมอย่างสูง หลังจากนั้นก็มี Single ตามออกมาอีกมากมาย เช่น Please Please Me,
From Me To You, She Loves You, Twist And Shout, I Want To Hold Your Hand,
I Saw Her Standing There และอีกมาก ตอนนี้แฟนเพลงคลั่งไคล้ The Beatles มาก
จนเกิดคำศัพท์ใหม่ในวงการที่เรียกกันว่า “Beatlemania” John Lennon กับ Paul Mccartney
ได้รับการรับรองว่าเป็นนักแต่งเพลงอังกฤษดีเด่นแห่งปี

Album ชุดแรกของวงคือ Meet The Beatles ออกในปี ค.ศ. 1964
ช่วงนี้เพลงของพวกเขาขายได้ดีมาก และเร็วมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
หลังจากนั้นเพลงของพวกเขาทั้ง Single และ Album ก็ดัง และขายดีทุกชุด
นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ในวงการดนตรีทีเดียว

อย่างไรก็ตามเบื้องหลังความสำเร็จของ The Beatles คือการมีสุดยอด Producer
ที่ชื่อว่า George Martin และผู้จัดการคนสำคัญที่ทำให้ The Beatles โด่งดังไปทั่วโลกคือ
Brian Epstein (Brian เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 1967)
George Martin ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ และชื่นชมใน The Beatles มาก

The Beatles ได้สร้างภาพยนตร์ไว้หลายเรื่องเช่นกันคือ

1. A Hard Day’s Night

2. Help!

3. Magical Mystery Tour

4. Yellow Submarine

5. Let It Be

พวกเขาเล่นดนตรีร่วมกันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1969 บนหลังคา Apple
ของพวกเขาเองใน London
(จะหาดูได้จากภาพยนต์ชุด Let It Be ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดสุดท้ายของพวกเขา และเป็นชุดที่ 13 พอดี)

ในช่วงเวลาของ The Beatles (ค.ศ.1962-1970) พวกเขามีเพลงที่ได้รับความนิยมมากมาย
ดังที่เราทราบกันอยู่ พวกเขาได้สร้างเพลงที่มีคุณค่าเอาไว้มากมาย นับเป็นมรดกสำคัญ
ในวงการดนตรีเลยที่เดียว และเป็นเรื่องที่น่าแปลก แม้ The Beatles จะแตกแยกกันไปถึง 30 กว่าปีแล้ว
แต่บทเพลงของพวกเขายังคงกล่อมชาวโลกอยู่ทุกวัน เพลงของพวกเขามีเสน่ห์ สามารถสะกดใจทุกคนที่ได้ฟัง
มีความลงตัวทั้งในด้าน เนื้อร้อง ทำนอง เสียงประสาน การเล่น และเรียบเรียงดนตรี ดังนั้น บทเพลงของ
The Beatles จึงเป็นอมตะเหนือกาลเวลา จนทำให้ The Beatles
ถูกจัดว่าเป็นวงดนตรียอดนิยมอันดับ 1 ตลอดกาลของโลก

ปัจจุบันเพลงของ The Beatles มีอิทธิพลต่อการสร้างงานดนตรีของศิลปินรุ่นหลัง ๆ อย่างมาก
และในหลายๆ ประเทศจะมีวงดนตรีที่เราเรียกว่า “The Beatles Tribute Band”
มากมาย หลายวง รวมทั่วโลกคงมีเป็นร้อย ๆ วง โดยวงเหล่านี้จะเล่นเฉพาะเพลงของ The Beatles เท่านั้น

จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน (อังกฤษ: John Winston Ono Lennon)
(9 ตุลาคม พ.ศ. 2483-8 ธันวาคม พ.ศ. 2523) เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง
นักดนตรีชาวอังกฤษ รู้จักกันดีในนามจอห์น เลนนอน แห่งวงเดอะบีทเทิลส์
โดยตั้งวงกับ พอล แม็คคาร์ตนีย์ จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก สตารร์ เนื้อเพลงของเลนนอนจะมีลักษณะ
ที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด ซึ่งแสดงถึงลักษณะสังคมในช่วงนั้น
และในช่วงหนึ่งเลนนอนได้ถูกจัดเข้ากับกลุ่มนักปฏิวัติเพื่อความสงบสุข

เลนอนเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์
23 สิงหาคม พ.ศ. 2505 โดยมีบุตรชายคนแรกชื่อ จอห์น ชาร์ลส จูเลียน เลนนอน
(John Charles Julian Lennon) และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโน่(Yoko Ono)
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2512 โดยมีลูกชายชื่อ ฌอน เลนนอนหรือ ฌอน ทาโร โอโน่ เลนนอน
(Sean Taro Ono Lennon)

เลนนอนถูกฆาตรกรรมในนครนิวยอร์ก, ดาโกต้า, สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2523

ประวัติ
จอห์น เลนนอน เกิดที่ลิเวอร์พูล อังกฤษ เมื่อเขาอายุได้ 4 ขวบ พ่อกับแม่แยกทางกัน
จอห์นอยู่กับแม่จึง และแม่ตายก่อนตอนที่เขาอายุ 18

สมัยเด็กๆ จอห์นชอบวาดภาพผู้ที่พิการทุพพลภาพ และครูคิดว่าเขาน่าจะสอบเข้าไปเรียน
ในวิทยาลัยศิลปะได้ และเขาก็สอบได้ และที่วิทยาลัยแห่งนี้เองที่เขาได้พบกับซินเธีย โพเวลล์
ผู้หญิงซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภรรยาคนแรกของจอห์น

เมื่อตอนที่จอห์นอายุ 16 ปี ได้ตั้งวงดนตรีชื่อควอร์รี่ แมน (Quarry Man)
และเปิดการแสดงกันในโรงเรียน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ได้รู้จักกับ พอล แมกคาร์ตนีย์
ณ จุดนี้เอง จอห์นและพอลก็ได้มาร่วมงานกัน พร้อมกับจอร์จ แฮริสัน เป็นที่มาของวงดนตรี
“เดอะ บีทเทิลส์” หรือ 4 เต่าทอง

การแสดงของวงเข้าตา ไบรอัน เอพสเตน ซึ่งต่อมาเป็นผู้จัดการวง ซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาชื่อว่า
Love me Do ซึ่งได้ จอร์จ มาร์ติน เป็นโปรดิวเซอร์ เพียงแค่วันที่สองของการ
ออกซิงเกิ้ลนี้มันก็สามารถขึ้นชาร์ทที่อันดับ 17

จอห์นแต่งงานกับซินเธีย โพเวลล์ ในปี 1962 มีลูกชายด้วยกัน 1 คน คือจูเลียน
แต่ที่สุดก็หย่าขาดจากกัน เมื่อจอห์นพบรักใหม่กับ โยโกะ โอโนะ ที่เดอะ อินดิก้า แกลเลอรี่
ปี 1966 จากนั้นในปี 1970 สี่เต่าทองก็วงแตก

จอห์นยังคงทำงานดนตรีด้วยการออกผลงานเดี่ยว อัลบั้ม Imagine ตามด้วย Mind Games,
Rock and Roll และ Walls and Bridge แต่ชีวิตส่วนตัวย่ำแย่ จอห์น และ โยโกะ
แยกทางกันเป็นเวลา 14 เดือน เพราะการกดดันของสาธารณชน
แต่หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

ในปี 1975 โยโกะก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่เขาอีกคนชื่อ “ฌอน”
จอห์นทิ้งอาชีพนักดนตรีไป 5 ปี เพื่อทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดี คอยเลี้ยงดูลูกชายคนนี้
หลังจาก 5 ปีผ่านไปเขาก็หวนนึกถึงอาชีพนักดนตรีและเขาแต่งเพลงอีกครั้ง
เขาเขียนงานเพลง Double Fantasy และบันทึกในปีเดียวกันคือปี 1980

แต่โชคร้ายก็มาเยือนเมื่อเขาถูกยิงตายที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของตัวเองในนิวยอร์ก
ขณะที่อัลบั้มของเขากำลังออกวางจำหน่าย จอห์นตายด้วยวัย 40 ปี
ที่โรงพยาบาลรูสเวลท์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1980

The Beatles เป็นวงป๊อปและร็อคจากเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ
ประกอบไปด้วยจอห์น เลนนอน (rhythm guitar, vocals) พอล แม็คคาร์ทนีย์ (bass guitar, vocals),
จอร์จ แฮร์ริสัน (lead guitar, vocals) ริงโก้ สตาร์ Ringo Starr (drums, vocals)
สมาชิกก่อนหน้านี้มีพีท เบสเป็นมือกลองและมีสจ๊วต ซัตคลิฟเป็นมือเบสของวง

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตมากับยุคของร็อคแอนด์โรลและสกิฟเฟิล
แต่พวกเขาก็พยายามทำดนตรีที่แตกต่างออกไปจากนั้น และด้วยการแต่งตัวและบุคลิกภาพของพวกเขา
ทำให้อิทธิพลของThe Beatles แผ่ขยายในด้านสังคมและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นผู้นำเทรนด์ของวัยรุ่นช่วงยุค60ไปโดยปริยาย

เป็นที่น่าเสียดายที่วงดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกต้องกลายเป็นเพียงตำนานให้ผู้คนท
ั่วโลกจดจำ เพราะพวกเขาตัดสินใจยุติตำนานสี่เต่าทองด้วยช่วงอายุวงเพียง10ปีเท่านั้น

The Beatles เป็นวงที่ประสบความสำเร็จอย่างมากไม่ว่าจะเป็น
ยอดขายแผ่นเสียงที่มีถึง1พันล้านแผ่นท
ั่วโลกหรือแม้กระทั่งชื่อวงที่เป็นที่รู้จักของผู้คนทุกยุคทุกสมัย ในสหราชอาณาจักร
พวกเขาปล่อยซิงเกิ้ลออกมามากกว่า40ซิงเกิ้ล สตูดิโออัลบั้ม และEPที่ล้วนแล้วแต่ขึ้น
อันดับหนึ่งในUK Chart ความสำเร็จนี้ไม่หยุดเพียงแค่ในสหราชอาณาจักร EMI ต้นสังกัด
ของพวกเขากล่าวว่าในปี1985 พวกเขาทำยอดขายได้มากกว่าพันล้านแผ่นทั่วโลก
นอกจากนั้นพวกเขายังทำเงินในสหรัฐอเมริกาได้มากกว่าวงสัญชาติอังกฤษอื่นๆอีกด้วย

ในปี2004 นิตยสารโรลลิ่งสโตนทำการจัดอันดับ100ศิลปินยอดเยี่ยมตลอดกาล
โดยThe Beatles นั้นติดอันดับที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อมานิตยสารดังกล่าวได้ยกย่อง
พวกเขาว่าเป็นผู้ที่ริเริ่มสร้างดนตรีแนวใหม่ ซึ่งทำให้โลกได้เห็นนิยามของยุค60อย่างชัดเจน
นอกจากนี้อิทธิพลของวัฒนธรรมเพลงป๊อปของพวกเขายังคงยืนยาวจนถึงทุกวันนี้
ล่าสุดในปี2008 The Beatles ก็ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในการจัดอันดับ100ศิลปิน
ที่มียอดขายดีเพื่อฉลองครบ50ปีของนิตยสารเล่มดังกล่าว

ผลงาน

ในยุคต้นของพวกเขา มีเพลงดังอย่าง She Loves You, Twist And Shout,
I Want To Hold Your Hand, Please Please Me ในยุคที่ 2 ในชุด Help,
Rubber Soul หรือ Revolver และผลงานอยู่ในช่วงพีคสุดอย่าง
Sgt.Pepper Lonely Heart Club Band, Magical Mystery Tour
และ White Album ก่อนที่จะจบลงด้วย 2 อัลบั้มสุดท้ายอย่าง Let It Be และ Abbey Road

บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายหรือสารเค
มีที่ทำให้ผลงานอันยอดเยี่ยมที่กล่าวมานี้สมบูรณ์แบบเป็นอมตะ ต้องยกให้กับโปรดิวเซอร์
ของวงอย่าง จอร์จ มาร์ตินผู้ที่อยู่เคียงข้างเหล่าสี่เต่าทอง ตั้งแต่เริ่มเรียนรู้วิธีการเขียนเพลง
และการทำงานให้ห้องบันทึกเสียงจนสมาชิกในวงกลา
ยเป็นนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกันหมด

 

ที่มา : http://www.rap3g.com/forum/index.php?topic=1304.0;wap2

วันที่ : 09/09/56

Advertisements

50 ปี THE BEATLES

โดย นพ.กิตติภูมิ จุฑาสมิต แฟนพันธุ์แท้ The Beatles 2 สมัย

ชื่อบทความเดิม “50 ปี THE BEATLES : Nothing is Beatleproof”

“Nothing is Beatleproof” (ไม่มีอะไรต้านทานBeatlesได้) เป็นคำพูดของตัวการ์ตูน จอห์น เลนนอน ในอะนิเมชั่น Yellow Submarine ……. จอห์น เลนนอน กล่าวประโยคนี้ มิใช่ด้วยอาการลำพอง ลิงโลดใจ หรือ ปลาบปลื้ม …… หากเขาพูดประโยคนี้ด้วยอาการสงบ เรียบเรื่อย ประหนึ่งกำลังพูดถึงความจริงพื้นๆ เรียบง่ายอย่าง “พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก” – ง่ายๆเช่นนั้น

ความสำเร็จของThe Beatles ในฐานะของศิลปินดนตรี ในศตวรรษที่ 20 อยู่ในสถานะสูงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย มีเพียง Elvis Presleyคนเดียวกระมังที่น่าจะพอทัดเทียมกับ The Beatlesได้ – แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ในแง่ความนิยมของมหาชนเท่านั้น – ในสายตาของนักวิจารณ์ดนตรี…… The Beatles เหนือกว่า Elvis เสมอ

ไม่เพียงเฉพาะดนตรี ……. The Beatles ยังสร้างและแสดง ในภาพยนตร์คลาสสิก 1 เรื่อง (A Hard Day’s Night) อะนิเมชั่นคลาสสิก1เรื่อง(Yellow Submarine) …. ร่วมในการถ่ายทอดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั่วโลกครั้งแรก พร้อมกับประกาศยุคสมัยแห่งความรักและสันติภาพ ผ่านบทเพลง All You Need Is Love ร่วมกับศิลปินมากมาย…… ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ MBE จากพระหัตถ์ขององค์ราชินีอังกฤษ และ หนึ่งในBeatles(จอห์น เลนนอน) ก็อาจหาญส่งคืนเพื่อประท้วงการมีส่วนร่วมในสงครามของอังกฤษ (ในขณะที่Beatlesอีกหนึ่งคน….ก้าวหน้าต่อไปจนได้รับสมัญนาม Sir – พอล แม็คคาร์ตนีย์) โลกตะวันตกหันมาสนใจดนตรีและศาสนาตะวันออก ผ่านดนตรีของThe Beatles (เริ่มจากเสียงซีตาร์ในเพลง Norwegian Wood …. และตามมาอีกหลายเพลง)……………… หนึ่งใน The Beatles (จอร์จ แฮริสัน) เป็นผู้ริเริ่มการจัดคอนเสิร์ตรวมศิลปิน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ – Concert For Bangladesh…………… และ สำหรับมือกลอง ริงโก สตารร์ แม้จะเข้าสู่วัยเจ็ดสิบกว่าๆ ก็ยังคงหวดกลองตระเวนออกคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินรุ่นลายคราม ในนาม Ringo & His All-Starr Band…. สร้างความสนุกสนานให้แฟนๆจนทุกวันนี้…… และ แน่นอน ไฮไลต์ของโอลิมปิกปีนี้ – ลอนดอนเกมส์….จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก พอล แม็คคาร์ตนีย์ อดีตBeatles ผู้ยิ่งใหญ่

วงดนตรีอันดับ 1 ตลอดกาล The Beatles

วงดนตรีอันดับ 1 ตลอดกาล The Beatles

อะไรคือปัจจัยที่ทำให้The Beatles ประสบความสำเร็จสูงสุดขนาดนี้? (คำถามนี้ถูกถามมาตั้งแต่ ค.ศ. 1964 , แม้แต่พวกเขาเองก็ตอบไม่ได้ …. ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยตอบติดตลกว่า “ไม่รู้เหมือนกัน….แต่ถ้าหากเรารู้ละก็ เราจะหาเด็กหนุ่มมาปั้นเป็นวงดนตรี แล้วเราเป็นผู้จัดการวงดีกว่า” (คำตอบอีกครั้งหนึ่ง ที่ผมชอบมากก็คือ “เราจ้างสื่อมวลชนให้คอยเชียร์เราครับ”)

The Beatles เป็นวงดนตรีที่มีฝีมือดีที่สุดในยุคนั้นหรือ? คำตอบคือ “ไม่” และ “ไม่”อย่างแน่นอน ในยุค60มีวงดนตรีที่มีฝีมือดีกว่าBeatles มากมาย อาทิ เช่น The Who , The Rolling Stones , Pink Floyd , The Doors ,Yardbirds , Cream และ The Jimi Hendrix Experience

ปก Abbey Road ถูกนำมาขยายผลทาง Pop Culture อย่างกว้างขวาง

ปก Abbey Road ถูกนำมาขยายผลทาง Pop Culture อย่างกว้างขวาง

 

ถ้าคุณสังเกตดีๆ คุณจะพบว่า เพลงฮิต ติดอันดับ1 ของพวกเขา ส่วนใหญ่ ไม่มีช่วงโซโล่กีตาร์อย่างวงร็อคอื่นๆ….. และทำให้ ผมนึกถึงคำสรรเสริญที่นักกีตาร์ด้วยกันชมเชยจอร์จ แฮริสันว่า “จอร์จ แฮริสัน ไม่ได้เล่นกีตาร์ …. แต่ เขาเล่น ดนตรี” ……… ในขณะที่วงดนตรีส่วนมาก สมาชิกจะช่วงชิงความโดดเด่นกัน แต่The Beatles กลับคำนึงถึงดนตรี , บทเพลง และ ความกลมกลืนสอดประสานมากกว่า

 

สำหรับวงการดนตรี The Beatles ได้เปลี่ยนแปลง โลกคนตรีมากมาย ดังนี้

1. ก่อนหน้า The Beatles ศิลปินมีหน้าที่เพียงเล่นดนตรี หรือ บางทีเพียงแค่ร้อง (ให้นักดนตรีรับจ้างเล่นแทน) หน้าที่ในการแต่งเพลงเป็นของนักแต่งเพลงมืออาชีพ …….. แต่ The Beatlesสร้างค่านิยมใหม่ให้วงการดนตรี นั่นคือ ต้องแต่งเพลงเอง ร้องเอง บรรเลงเอง….. จึงจะนับว่าเป็นศิลปินจริง

2. ก่อนหน้า The Beatles สิ่งที่คาดหวังได้จากศิลปิน คือ ศิลปะ ….. แต่ The Beatles ทำให้ศิลปินแสดงบทบาทในฐานะปัญญาชนของสังคม ที่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็น ทางการเมือง , เศรษฐกิจ ,สังคม,ศาสนา ฯลฯ หรืออะไรก็ได้

3. ก่อนหน้า The Beatles รายได้ส่วนใหญ่ของศิลปินมาจากการแสดงสด หลังการมาถึงของ The Beatles รายได้ส่วนใหญ่ของศิลปินมาจากการขายแผ่นเสียง

4. ก่อน The Beatles ดนตรีPopเป็นเพียงพาณิชยศิลป์ ที่ผ่านมาและผ่านไป อย่างรวดเร็ว …. The Beatlesทำให้ดนตรีPop เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างลึกซึ้ง ต้องตีความ และ ต้องค้นหาความหมาย

5. นักดนตรีเดิมเป็นเพียง Trend – Setter……. หลัง The Beatles , นักดนตรีสามารถเป็น Social Leader

ในวาระ 50 ปีของ The Beatles ยังมีแง่มุมต่างๆของThe Beatlesให้ศึกษาอีกมาก…………… ซึ่งเราคงต้องศึกษากันต่อไป…..

 

ที่มา : http://www.siamintelligence.com/50-the-beatles-nothing-is-beatleproof/

วันที่ : 09/09/56

เดอะบีเทิลส์

Posted Image
The Beatles เป็นวงป๊อปและร็อคจากเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ประกอบไปด้วยจอห์น เลนนอน (rhythm guitar, vocals) พอล แม็คคาร์ทนีย์ (bass guitar, vocals), จอร์จ แฮร์ริสัน (lead guitar, vocals) ริงโก้ สตาร์ Ringo Starr (drums, vocals) สมาชิกก่อนหน้านี้มีพีท เบสเป็นมือกลองและมีสจ๊วต ซัตคลิฟเป็นมือเบสของวง

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตมากับยุคของร็อคแอนด์โรลและสกิฟเฟิล แต่พวกเขาก็พยายามทำดนตรีที่แตกต่างออกไปจากนั้น และด้วยการแต่งตัวและบุคลิกภาพของพวกเขา ทำให้อิทธิพลของThe Beatles แผ่ขยายในด้านสังคมและวัฒนธรรมอย่างรวดเร็ว ดังนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นผู้นำเทรนด์ของวัยรุ่นช่วงยุค60ไปโดยปริยาย

เป็นที่น่าเสียดายที่วงดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกต้องกลายเป็นเพียงตำนานให้ผู้คนทั่วโลกจดจำ เพราะพวกเขาตัดสินใจยุติตำนานสี่เต่าทองด้วยช่วงอายุวงเพียง10ปีเท่านั้น

Posted Image

The Beatles เป็นวงที่ประสบความสำเร็จอย่างมากไม่ว่าจะเป็นยอดขายแผ่นเสียงที่มีถึง1พันล้านแผ่นทั่วโลกหรือแม้กระทั่งชื่อวงที่เป็นที่รู้จักของผู้คนทุกยุคทุกสมัย ในสหราชอาณาจักร พวกเขาปล่อยซิงเกิ้ลออกมามากกว่า40ซิงเกิ้ล สตูดิโออัลบั้ม และEPที่ล้วนแล้วแต่ขึ้นอันดับหนึ่งในUK Chart ความสำเร็จนี้ไม่หยุดเพียงแค่ในสหราชอาณาจักร EMI ต้นสังกัดของพวกเขากล่าวว่าในปี1985 พวกเขาทำยอดขายได้มากกว่าพันล้านแผ่นทั่วโลก นอกจากนั้นพวกเขายังทำเงินในสหรัฐอเมริกาได้มากกว่าวงสัญชาติอังกฤษอื่นๆอีกด้วย

ในปี2004 นิตยสารโรลลิ่งสโตนทำการจัดอันดับ100ศิลปินยอดเยี่ยมตลอดกาล โดยThe Beatles นั้นติดอันดับที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อมานิตยสารดังกล่าวได้ยกย่องพวกเขาว่าเป็นผู้ที่ริเริ่มสร้างดนตรีแนวใหม่ ซึ่งทำให้โลกได้เห็นนิยามของยุค60อย่างชัดเจน นอกจากนี้อิทธิพลของวัฒนธรรมเพลงป๊อปของพวกเขายังคงยืนยาวจนถึงทุกวันนี้ ล่าสุดในปี2008 The Beatles ก็ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในการจัดอันดับ100ศิลปินที่มียอดขายดีเพื่อฉลองครบ50ปีของนิตยสารเล่มดังกล่าว

ผลงาน

ในยุคต้นของพวกเขา มีเพลงดังอย่าง She Loves You, Twist And Shout, I Want To Hold Your Hand, Please Please Me ในยุคที่ 2 ในชุด Help, Rubber Soul หรือ Revolver และผลงานอยู่ในช่วงพีคสุดอย่าง Sgt.Pepper Lonely Heart Club Band, Magical Mystery Tour และ White Album ก่อนที่จะจบลงด้วย 2 อัลบั้มสุดท้ายอย่าง Let It Be และ Abbey Road
บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายหรือสารเคมีที่ทำให้ผลงานอันยอดเยี่ยมที่กล่าวมานี้สมบูรณ์แบบเป็นอมตะ ต้องยกให้กับโปรดิวเซอร์ของวงอย่าง จอร์จ มาร์ตินผู้ที่อยู่เคียงข้างเหล่าสี่เต่าทอง ตั้งแต่เริ่มเรียนรู้วิธีการเขียนเพลงและการทำงานให้ห้องบันทึกเสียงจนสมาชิกในวงกลายเป็นนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกันหมด

Credit : Wikipedia

วันที่ : 09/09/56

เรื่องราวดีๆ ของ THE BEATLES.

ประวัติสมาชิก วง The Beatles

george harrison

จอร์จ แฮร์ริสัน (อังกฤษ: George Harrison)[1] MBE (25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1943 – 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001)[2] เป็นมือกีตาร์ชาวอังกฤษ นักร้อง-นักแต่งเพลง ผู้สร้างภาพยนตร์ เขาประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติจากการเป็นมือกีตาร์ลีดให้กับวงเดอะบีทเทิลส์ และยังมีชื่ออยู่อันดับ 21 ของการจัดอันดับในนิตยสารโรลลิงสโตนในหัวข้อ “100 นักกีตาร์ที่เยี่ยมที่สุดตลอดกาล”[3][4] มักถูกพูดถึงว่าเป็น “บีทเทิลที่เงียบขรึม” (the quiet Beatle)[3] แฮร์ริสันเชื่อเรื่องเวทมนตร์อินเดีย และยังทำให้ฐานคนฟังของเดอะบีทเทิลส์กว้างขึ้นเช่นเดียวกับกลุ่มผู้ฟังตะวันตก[5] หลังจากที่วงแตกไป เขาประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวและต่อมาก็อยู่ในวง แทรเวลลิงวิลบูรีส์ และยังเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์และเพลงอีกด้วย
ถึงแม้ว่าเพลงโดยมากของเดอะบีทเทิลส์จะแต่งโดยเลนนอนและแม็กคาร์ตนีย์ แฮร์ริสันก็ยังแต่งเพลง 1 หรือ 2 เพลงต่ออัลบั้มตั้งแต่ชุด Help! เป็นต้นมา[6] ผลงานเขาที่ร่วมกับเดอะบีทเทิลส์เช่นเพลง “Here Comes the Sun”, “Something”, “I Me Mine” และ “While My Guitar Gently Weeps” หลังจากวงแตกไป แฮร์ริสันก็ยังเขียนเพลง ออกผลงานทริปเปิลอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอย่าง All Things Must Pass ในปี 1970 ที่มี 2 ซิงเกิ้ลและ ดับเบิลเอ-ไซด์ซิงเกิล: “My Sweet Lord” กับ Isn’t It a Pity” นอกจากนี้ในงานเดี่ยว แฮร์ริสันยังร่วมเขียนเพลงฮิต 2 เพลงให้กับริงโก สตารร์ อดีตสมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์อีกคน และเพลงในวงแทรเวลลิงวิลบูรีส์ วงซูเปอร์กรุ๊ป ที่ฟอร์มวงในปี 1988 ร่วมกับบ็อบ ดีแลนทอม เพตตีเจฟฟ์ ลีนน์ และรอย ออร์บิสัน
แฮร์ริสัน ได้รับวัฒนธรรมอินเดียและฮินดู ในช่วงทศวรรษ 1960 และช่วยให้ความรู้กับคนตะวันตกด้วยเพลงซิตาร์และกลุ่มเคลื่อนไหวฮารี กฤษณา เขาร่วมกับระวี ชังการ์ จัดคอนเสิร์ตการกุศลในปี 1971 ที่ชื่อ Concert for Bangladesh และเขาถือเป็นคนเดียวในเดอะบีทเทิลส์ที่พิมพ์อัตชีวประวัติ ขึ้นที่ชื่อ I Me Mine ในปี 1980
นอกจากการเป็นนักดนตรี แล้ว เขายังเป็นโปรดิวเซอร์เพลง และร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่ชื่อ แฮนด์เมดฟิล์มส งานของเขาในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ เขาร่วมงานกับผู้คนหลากหลายอย่าง มาดอนน่า และสมาชิกของกลุ่มมอนตี้ ไพธอน[7] ด้านชีวิตส่วนตัวเขาแต่งงาน 2 ครั้ง ครั้งแรกกับนางแบบ แพตตี บอยด์ ในปี 1966 และเลขาบริษัทค่ายเพลงที่ชื่อ โอลิเวีย ทรินิแดด อาเรียส ในปี 1978 ที่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ชื่อ ดานี แฮร์ริสัน เขายังเป็นเพื่อนสนิทกับอีริก แคลปตัน และอีริก ไอเดิล เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปอดเมื่อปี 2001

Jonh lennon

จอห์น วินสตัน โอโนะ เลนนอน (อังกฤษ: John Winston Ono Lennon) (9 ตุลาคม พ.ศ. 24838 ธันวาคม พ.ศ. 2523) เป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรีชาวอังกฤษ รู้จักกันดีในนามจอห์น เลนนอน แห่งวงเดอะบีทเทิลส์ โดยตั้งวงกับ พอล แม็คคาร์ตนีย์ จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก สตารร์ เนื้อเพลงของเลนนอนจะมีลักษณะที่เต็มไปด้วยความหวัง สันติภาพ และความเจ็บปวด ซึ่งแสดงถึงลักษณะสังคมในช่วงนั้น และในช่วงหนึ่งเลนนอนได้ถูกจัดเข้ากับกลุ่มนักปฏิวัติเพื่อความสงบสุข
เลนอนเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล ในปี พ.ศ. 2483 ได้แต่งงานครั้งแรกกับ ซินเทีย โพวเวลล์ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2505 โดยมีบุตรชายคนแรกชื่อ จอห์น ชาร์ลส จูเลียน เลนนอน (John Charles Julian Lennon) และแต่งงานครั้งที่สองกับนักร้องชาวญี่ปุ่น โยโกะ โอโน่(Yoko Ono) เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2512 โดยมีลูกชายชื่อ ฌอน เลนนอนหรือ ฌอน ทาโร โอโน่ เลนนอน (Sean Taro Ono Lennon)
สมัยเด็กๆ จอห์นชอบวาดภาพผู้ที่พิการทุพพลภาพ และครูคิดว่าเขาน่าจะสอบเข้าไปเรียนในวิทยาลัยศิลปะได้ และเขาก็สอบได้ และที่วิทยาลัยแห่งนี้เองที่เขาได้พบกับซินเธีย โพเวลล์ ผู้หญิงซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภรรยาคนแรกของจอห์น
เมื่อตอนที่จอห์นอายุ 16 ปี ได้ตั้งวงดนตรีชื่อควอร์รี่ แมน (Quarry Man) และเปิดการแสดงกันในโรงเรียน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ได้รู้จักกับ พอล แมกคาร์ตนีย์ ณ จุดนี้เอง จอห์นและพอลก็ได้มาร่วมงานกัน พร้อมกับจอร์จ แฮริสัน เป็นที่มาของวงดนตรี “เดอะ บีทเทิลส์” หรือ 4 เต่าทอง
การแสดงของวงเข้าตา ไบรอัน เอพสเตน ซึ่งต่อมาเป็นผู้จัดการวง ซิงเกิ้ลแรกของพวกเขาชื่อว่า Love me Do ซึ่งได้ จอร์จ มาร์ติน เป็นโปรดิวเซอร์ เพียงแค่วันที่สองของการออกซิงเกิ้ลนี้มันก็สามารถขึ้นชาร์ทที่อันดับ 17
จอห์นแต่งงานกับซินเธีย โพเวลล์ ในปี 1962 มีลูกชายด้วยกัน 1 คน คือจูเลียน แต่ที่สุดก็หย่าขาดจากกัน เมื่อจอห์นพบรักใหม่กับ โยโกะ โอโนะ ที่เดอะ อินดิก้า แกลเลอรี่ ปี 1966 จากนั้นในปี 1970 สี่เต่าทองก็วงแตก
จอห์นยังคงทำงานดนตรีด้วยการออกผลงานเดี่ยว อัลบั้ม Imagine ตามด้วย Mind Games, Rock and Roll และ Walls and Bridge แต่ชีวิตส่วนตัวย่ำแย่ จอห์น และ โยโกะ แยกทางกันเป็นเวลา 14 เดือน เพราะการกดดันของสาธารณชน แต่หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ในปี 1975 โยโกะก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายแก่เขาอีกคนชื่อ “ฌอน” จอห์นทิ้งอาชีพนักดนตรีไป 5 ปี เพื่อทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดี คอยเลี้ยงดูลูกชายคนนี้ หลังจาก 5 ปีผ่านไปเขาก็หวนนึกถึงอาชีพนักดนตรีและเขาแต่งเพลงอีกครั้ง เขาเขียนงานเพลง Double Fantasy และบันทึกในปีเดียวกันคือปี 1980
แต่โชคร้ายก็มาเยือนในวันที่ 8 ธันวาคม 1980 ช่วงบ่ายขณะที่จอห์น เลนนอน อยู่ในสตูดิโอเพื่อกำลังเตรียมตัวอัดเพลงใหม่ ก็มีชายคนนึ่งชื่อว่า Mark Chapman (มาร์ค แชปแมน) ถือกระดาษกับปากกายืนให้จอห์น เลนนอน แล้วพูดว่า”ฉันจะมีลายเซ็นของคุณเป็นที่ระลึกได้ไหม?”จอห์นจึงเซ็นลายเซ็น ของเขาให้แล้วก็ไป ทำงานต่อ
คืนนั้นจอห์นกับโยโกะก็มาอยู่ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของเขา เขาก็พบmark chapmanคนที่มาขอลายเซ็นเขานั้นเองแต่คราวนี้ในมือเขาไม่ใช่ปากกากับกระดาษ แต่เป็นปืน
มาร์คพูดว่า “คุณเลนนอน!!” แล้วเขาก็ยิงจอห์นไปห้านัด จอห์นเสียชีวิตทันทีด้วยวัย 40 ปี 3 นาทีต่อมา ตำรวจมาถึงอพาร์ตเมนต์ มาร์คยังอยู่ตรงนั้นเขาพูดกับตำรวจว่า”ฉันนี้แหละที่ยิงจอห์น เลนนอน”

Paul mccartney

เซอร์ เจมส์ พอล แม็กคาร์ตนีย์ (อังกฤษ: Sir James Paul McCartney) เกิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ. 1942 เป็นนักร้องเพลงร็อกชาวอังกฤษ มือกีตาร์เบส นักประพันธ์เพลง โปรดิวเซอร์เพลง ผู้สร้างภาพยนตร์ นักลงทุน นักกิจกรรมต่อสู้ด้านสิทธิสัตว์ นักมังสวิรัติ เขามีชื่อเสียงอย่างมากในการเป็นสมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์ ร่วมกับ จอห์น เลนนอน ,จอร์จ แฮร์ริสัน และ ริงโก สตาร์
เขาเกิดในครอบครัวชนชั้นแรงงานที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ บิดาเป็นนักทรัมเป็ตและเปียโนในวงแจ๊สซึ่งสนับสนุนการเล่นดนตรีมาแต่เล็ก โดยเล่นทูบา เป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรกต่อมาเปลี่ยนเป็นทรัมเป็ต ต่อมาในยุคความนิยมดนตรีสกิฟเฟิล (Skiffle) พอลจึงหันมาเล่นกีตาร์ จนในยุคที่ร็อกแอนด์โรลโด่งดัง เพื่อนของเขา จอห์น เลนนอนจึงชวนมาตั้งวงที่ชื่อ “แควร์รี่ เมน” (Quarry Men) ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อ เดอะบีทเทิลส์ จนโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งเขาและจอห์นก็ร่วมแต่งเพลงฮิตมากมายหลายเพลง เช่น Lady Madonna, Here Today, Wanderlust , Yesterday จนในปี 1970 วงเดอะบีทเทิลส์ก็แตกวงไป พอแยกมาทำอัลบั้มร่วมกับภรรยา ลินดา แม็กคาร์ตนีย์ ในชื่อ “วิงส์” (Wings)
พอลได้รับการจดบันทึกในกินเนสบุ๊กว่า เป็นนักดนตรีและนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรีป๊อป เขาได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ 60 ครั้ง ขายได้กว่า 100 ล้านซิงเกิล และเพลง Yesterday ที่เขาร่วมแต่งกับจอห์นก็เป็นเพลงที่ถูกนำมาคัฟเวอร์มากที่สุดในโลก ถูกแพร่ภาพและเสียงในอเมริกากว่าเจ็ดล้านครั้ง
เขาได้รับตำแหน่ง “เซอร์” จากสมเด็จพระราชินีอังกฤษเมื่อปี 11 มีนาคม ค.ศ. 1997

Ringo starr

ริชาร์ด สตาร์คีย์ (อังกฤษ: Richard Starkey) MBE เกิดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1940 หรือมีชื่อที่เป็นที่รู้จักคือ ริงโก สตาร์ (อังกฤษ: Ringo Starr) เป็นนักดนตรี นักร้อง-นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวอังกฤษ เป็นที่รู้จักที่สุดในฐานะมือกลองวงเดอะบีทเทิลส์ สตาร์เป็นคนสุดท้ายที่เข้ามาร่วมวงเดอะบีทเทิลส์ แทนที่ พีต เบสต์ เขาเป็นสมาชิกที่แก่ที่สุดอันดับสองของวง ถัดจากสจ๊วต ซัตคลิฟฟ์
สตาร์เป็นมือกลองใหักับวงเดอะบีทเทิลส์ แต่ก็ประสบความสำเร็จในการเป็นนักแต่งเพลงให้กับวง อย่างเช่น “Don’t Pass Me By” และ “Octopus’s Garden” และยังได้ร้องนำในเพลงอย่างเช่น “Yellow Submarine”, “With a Little Help from My Friends”, “What Goes On”, “I Wanna Be Your Man”, “Boys”, “Act Naturally”, “Honey Don’t”, and “Good Night” รวมถึงประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว กับเพลงดังอย่าง “It Don’t Come Easy”, “Photograph” และ “You’re Sixteen” นอกจากนี้สตาร์ยังร่วมแสดงในรายการ Thomas and Friends ระหว่างปี 1984 -1986

ที่มาhttp://bigball.igetweb.com/articles/483130/Ringo–starr.html

 วันที่24/06/56

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง

เดอะบีตเทิลส์ (The Beatles) หรือวงสี่เต่าทอง เป็นวงร็อกแอนด์โรลจากเมืองลิเวอร์พูล ประกอบด้วยสมาชิก จอห์น เลนนอน, พอล แม็คคาร์ตนีย์,จอร์จ แฮรริสัน และ ริงโก สตารร์ รับความนิยมอย่างสูงสุดในช่วงปี 1963-1969 เป็นวงที่ถือสถิติเพลงอันดับ 1 มากที่สุดทั้งในอังกฤษและอเมริกา…

วงเดอะบีตเทิลส์ ถือเป็นวงดนตรีที่ขายดีที่สุดในโลก คือขายไปมากกว่า 480,000,000 ก๊อบปี้ แล้ว ราว 166 ล้าน เป็นยอดขายเฉพาะในอเมริกา

 

ในยุคต้นของพวกเขา มีเพลงดังอย่าง She Loves You, Twist And Shout, I Want To Hold Your Hand, Please Please Me ในยุคที่ 2 ในชุด Help, Rubber Soul หรือ Revolver และผลงานอยู่ในช่วงพีคสุดอย่าง Sgt.Pepper Lonely Heart Club Band, Magical Mystery Tour และ White Album ก่อนที่จะจบลงด้วย 2 อัลบั้มสุดท้ายอย่าง Let It Be และ Abbey Road

บุคคลที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายหรือสารเคมีที่ทำให้ผลงานอันยอดเยี่ยมที่กล่าวมานี้สมบูรณ์แบบเป็นอมตะ ต้องยกให้กับโปรดิวเซอร์ของวงอย่าง จอร์จ มาร์ติน ผู้ที่อยู่เคียงข้างเหล่าสี่เต่าทองตั้งแต่เริ่มเรียนรู้วิธีการเขียนเพลงและการทำงานให้ห้องบันทึกเสียง จนสมาชิกในวงกลายเป็นนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกันหมด

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง
ที่มาของชื่อวง The Beatles

กาลครั้งหนึ่งได้มีเด็กน้อยสามคนนาม จอห์น,จอร์จ และพอล อันเป็นชื่อจริง พวกเขาตัดสินใจว่าจะมารวมตัวกันเพราะว่าพวกเขาเป็นพวกชอบอยู่ด้วยกัน เมื่อพวกเขามารวมกันแล้ว ก็ให้สงสัยว่าจะมาอยู่ด้วยกันทำไม? ดังนั้นในบัดดล พวกเขาก็ปลูกกีต้าร์ขึ้นมาและทำเสียงดังขึ้น น่าขันนัก ไม่มีใครสนใจเลย เว้นแต่เด็กน้อยทั้งสามเอง  ดังนั้นนนนนนนนน ในการค้นพบเด็กน้อยคนที่สี่ที่เล็กไปยิ่งกว่าพวกเขาอีกชื่อสจ๊วต ซัทคลิฟฟ์ที่วิ่งตามๆพวกเขามา พวกเขาจึงเอ่ยว่า- “ซอนนี่ ไปหากีต้าร์มาตัวนึง แล้วนายจะเจ๋งไปเลย” และเขาก็ทำตาม แต่เขาไม่ได้เจ๋งไปเลย เพราะเขาเล่นมันไม่เป็น ดังนั้นพวกเขาจึงนั่งรออย่างสบายๆจนกระทั่งเขาเล่นได้ แต่มันก็ยังไม่มีจังหวะ และชายชราใจดีคนหนึ่งก็บอกกับพวกเขา- “พวกเอ็งไม่มีกลอง!” พวกเราไม่มีกลอง! พวกเขาตอบ ดังนั้นกลองชุดแล้วชุดเล่าก็เดินเข้ามาและออกไปและเข้ามา ทันใดนั้น ในสก็อตแลนด์ ขณะทัวร์กับจอห์นนี่ เจนเทิล (เรียกพวกเขาว่าเดอะ บีเทิลส์)เพิ่งจะรู้ตัวว่าพวกเขาไม่ได้มีสุ้มเสียงที่น่าฟังนัก–เพราะว่าพวกเขาไม่มีเครื่องขยายเสียง ดังนั้นพวกเขาจึงไปหามันมา มีคนมากมายถามว่าอะไรคือ Beatles? ทำไมต้อง Beatles? เอิ้กก…บีเทิลส์ ชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมา? ดังนั้นเราจะบอกคุณตอนนี้ล่ะ
มันมาพร้อมกับภาพๆหนึ่ง ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนพายที่ลุกเป็นไฟและบอกกับพวกเขา “ตั้งแต่วันนี้ไปพวกเธอคือ Beatles พร้อมกับตัว A”

นั่นเป็นข้อเขียนกึ่งเล่นกึ่งจริงของจอห์นในหนังสือ Mersey Beat นะครับ และต่อมาพอลก็เอาคำว่า ‘Flaming Pie’ จากบทความนี้มาตั้งเป็นชื่อเพลงและอัลบั้มของเขาในทศวรรษ 90’s

ชื่อ Beatles จริงๆแล้วก็คงมาจาก Beetles ที่แปลว่าแมลงปีกแข็งนั่นแหละ โดยเป็นการเดินรอยตามวง The Crickets ที่เป็นวงสนับสนุนของ Buddy Holly แต่คำว่า Crickets ก็มีสองความหมายคือ จิ้งหรีด และกีฬาประเภทหนึ่ง จอห์นเลยต้องเปลี่ยน e หนึ่งตัวใน Beetles ให้เป็น a คำว่า Beatles จึงมีความหมายสองแง่สองง่ามเอ๊ยมุมกะเค้าได้ “เมื่อคุณอ่านมันคือแมลงแต่เมื่อคุณเขียนมันมีความหมายไปทางผู้สรรสร้างจังหวะ” จอห์นว่าไว้ในอีกวาระหนึ่ง…..

ส่วนคนคิด ไม่จอห์นก็คงจะสตู แต่จะไปถามใครก็คงช้าไปเสียแล้ว

ช่วงหลังมีความพยายามจะโยงชื่อนี้ไปเข้ากับชื่อสาวๆแก๊งค์มอเตอร์ไซด์ในหนัง The Wild One แต่รู้สึกจะจับแพะชนแกะไปหน่อย

ส่วนชื่อ “สี่เต่าทอง” นั้น ผมก็ยังไม่ทราบว่าใครหนอเป็นคนตั้งให้พวกเขา ช่างน่ารักเสียจริง!

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง
  • ภาพชุดสุดท้ายของ The Beatles

ภาพถ่ายชุดสุดท้ายของ The Beatles ถ่ายเมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคมปี 1969 เพียงสองวันหลังจากการอยู่ในห้องอัดด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย ภาพชุดนี้ถ่ายโดยช่างภาพชาวอเมริกันEthan Russell และผู้ช่วยของวงคือ Mal  Evans ที่ Tittenhurst Park บ้านของ John และ Yoko

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง
THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง
THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง
THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง
THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง
Photo Session เกือบสุดท้ายของ John Lennon

Photo Session และการถ่ายทำวีดีโอของ John และ Yoko สำหรับอัลบั้ม ‘Double Fantasy’ ซึ่งถ่ายทำในวันที่ 25 พฤษจิกายน 1980 เพียง 10 กว่าวันก่อนที่ John จะถูกยิงเสียชีวิต ในลิงค์ที่ให้ จะมีภาพหายากที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักของ John ในช่วง 70s ด้วย

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง

 

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง

 

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง

 

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง

 

THE BEATLES : ความเป็นมาของวง : THE BEATLES และสมาชิกในวง

-**ประวัติ john lennon วง the Beatles**-

(เพิ่งเติม)

JOHN LENNON เป็นสมาชิกของวง The Beatles หรือ วงสี่เต่าทองที่คนไทยเรียกกัน

จอห์นถูกแม่ของเขา นำมาฝากให้กับ พี่สาวคนโตของแม่ที่ชื่อ Mary Elizabeth Smith
จอห์นเข้าเรียนที่ Dovedale Primary School เขาชอบวาดการ์ตูน และเขียนโคลงหรือเรื่องสั้น ด้วยความที่เป็นเด็กห่างพ่อและแม่ ทำให้เขาติดจะเป็นเด็กก้าวร้าว และเกเร และมักจะเป็นผู้นำของกลุ่มเด็กผู้กระทำผิดเสมอ
จอห์นย้ายเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียน Quarry Bank High School เมื่ออายุ 12 ปี เริ่มสนใจในดนตรีที่เรียกกันว่า Rock and Roll ศิลปินที่ทำให้จอห์นคลั่งไคล้ในตอนนั้นได้แก่ Elvis Presley และ Bill Haley จนถึงขนาดรบเร้าให้คุณแม่ของเขาซื้อกีตาร์ให้ ในปี 1956 จอห์น ตั้งวงดนตรีเล่นกับเพื่อนๆในโรงเรียนชื่อ The Quarry men และกลางปีนั้นเอง เพื่อนของเขาก็ได้แนะนำ Paul McCartney ให้จอห์นรู้จัก ในงานของโบสถ์ที่วูลตัน ลิเวอร์พูล ซึ่งต่อมา จอห์นและพอล ก็ได้กลายมาเป็นคู่หูนักแต่งเพลงที่ดี และโด่งดังที่สุด พาให้เพลงของคณะ The Beatles เป็นอมตะกระทั่ง จวบจนทุกวันนี้
หลังจาก The Beatles แยกวง จอห์นได้มีอัลบั้มส่วนตัวออกมา ให้แฟนเพลงได้ฟังกันอีกหลายอัลบั้ม เพลงส่วนใหญ่ใน ระยะหลังจะกล่าวถึงมุมมอง และเรื่องราวรอบๆตัวของเขาเอง ซึ่งอิทธิพลสำคัญทางความคิดของจอห์นส่วนหนึ่งได้มาจาก Yoko Ono ภรรยาของเขา

Yoko เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิต และความคิดของจอห์นตั้งแต่สมัยยุคกลาง-ปลายของ The Beatles เรื่อยมาจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต
จอห์น เลนนอน ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1980 โดย Mark Chapman

ขณะกลับจาก Studio เพื่อเข้าที่พัก ที่ดาโกต้า ในนิวยอร์ค ในขณะที่จอห์นยังมีชีวิตอยู่ เขาได้ทำอัลบั้มเดี่ยวมาทั้งหมด 12-13 อัลบั้มครับ

{ไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไร (O_o)}

มาดูข้อมูลอื่น ๆกันบ้างครับ
JOHN LENNON ชื่อเต็มคือ JOHN WINSTON LENNON เกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 1940 ที่โรงพยาบาล MaternityHospital ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ บิดาชื่อ Fred Lennonทำงานแผนกเครื่องดื่มบนเรือโดยสาร มารดาชื่อ Julia Stanley ซึ่งหลังจากจอห์นเกิดได้ไม่นานทั้งสองก็แยกทางกัน ส่วนเพลงที่ดัง ๆของจอร์นนะครับ ก็น่าจะเป็นเพลง”Imagine” อ่ะครับ

ข้อมูลจาก http://atcloud.com/stories/71146

วันที่ 24/06/56